![]() |
|
|||||||
| สมัครสมาชิก | คู่มือการใช้ | รายชื่อสมาชิก | Social Groups | ปฏิทิน | ค้นหา | โพสใหม่วันนี้ | ทำสัญลักษณ์ว่าได้อ่านแล้ว |
| สนทนา...ฮาเฮ รวมเรื่องราวสัพเพเหระต่างๆ เรื่องเล่า สาระต่างๆ เรื่องตลก รูปภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปพ่อ แม่ พี่ น้อง แฟน กิ๊ก หรือบทความต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องพระเครื่อง หรือ เกจิอาจารย์ เชิญได้ที่กระดานนี้ครับ |
![]() |
| LinkBack | เครื่องมือจัดการกระทู้ | ตัวเลือกการแสดงผล |
| มีสมาชิก 4 ท่าน แสดงการอนุโมทนากับข้อความที่คุณ Musketeer ได้บันทึกไว้ด้านบนนี้ | ||
|
|||
|
ร่วมด้วยช่วยกันครับพี่หมิง
|
| มีสมาชิก 4 ท่าน แสดงการอนุโมทนากับข้อความที่คุณ metalman ได้บันทึกไว้ด้านบนนี้ | ||
|
||||
|
อ้างอิง:
เครื่องรางรูปสัตว์ต่างๆ เท่าที่ผมสังเกต คติในการสร้างมีอยู่ 3 อย่างคือ 1) สร้างตามตำนานพระโพธิสัตว์ ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะมาเกิดเป็นพระเจ้าเสิบชาติท่านผ่านการบำเพ็ญบารมีมาหลายภพหลายชาติ เป็นสัตว์ต่างๆมาหลายชนิด เหตุการณ์ในระหว่างที่ท่านเกิดเป็นสัตว์นั้น ถูกนำมาผูกเป็นเครื่องรางเพื่อใช้เป็นอนุสติและอาศัยบารมีของท่านอำนวยความโชคดีมีชัยและปลอดภัย จะใช้ในด้านใดบ้างก็เป็นไปตามเหตุการณ์ในตำนานนั้นๆ เช่น นกคุ้มกันไฟ สร้างตามตำนานพระโพธิสัตว์ตอนที่ท่านเสวยชาติเป็นลูกนก 2) สร้างตามเทพนิยาย เป็นการดึงเอาลักษณะของสัตว์ในเทพนิยายมาผูกเป็นเครื่องรางเพื่อให้เกิดผลต่างๆแก่ผู้ถือเครื่องรางตามลักษณะของสัตว์นั้นๆ เช่น หนุมาน มีฤทธิ์เดช อาสาเจ้าเก่ง เครื่องรางรูปหนุมานก็มักจะปรากฏอานุภาพในทางการต่อสู้ อาสานายได้ผลดี เป็นต้น 3) สร้างตามลักษณะของสัตว์ที่มีอยู่จริง เช่น เสือ มีอำนาจเป็นที่เกรงกลัวของสัตว์ทุกชนิด เครื่องรางรูปเสือจึงออกไปในทางอำนาจและบู๊ล้างผลาญ ทั้งหมดนี้เป็นข้อสังเกตของผมเอง ไม่ได้อ้างอิงตำราที่ไหน อาจจะคลาดเคลื่อนหรือบกพร่อง ใครอยากจะท้วงอยากจะเสริมตรงไหนก็มาช่วยๆกันนะครับ เครื่องรางรูปสัตว์ที่นิยมมากที่สุดน่าจะเป็นเสือกับสิงห์ ขอเริ่มจากเสือก่อนนะครับ เสือ ผมไม่แน่ใจว่า ก่อนยุคหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน พระอาจารย์รุ่นเก่าๆเคยมีการสร้างเครื่องรางรูปเสือด้วยวัสดุอื่นที่ไม่ใช่เขี้ยวเสือจริงๆหรือไม่ เขี้ยวเสือปกติจะตัน เขี้ยวหมูปกติจะกลวง ถ้าเขี้ยวเสือกลวงและเขี้ยวหมูตันคนโบราณถือว่าเป็นของอาถรรพ์ที่มีฤทธิ์ในตัว เรียกกันว่า "เขี้ยวหมูตัน ฟันเสือกลวง" ถ้านำมาให้พระอาจารย์ที่มีวิชาลงประจุอาคมด้วยแล้วจะยิ่งมีอานุภาพสูงส่ง หลวงพ่อปาน วัดคลองด่านท่านนำเขี้ยวเสือกลวงมาแกะเป็นรูปเสือ ลงประจุอาคม ปลุกเสกจนเสือกระโดดงับเนื้อหมูได้ ในยุคต่อมา เขี้ยวเสือหายาก ก็เลยมีการสร้างด้วยวัสดุอื่นๆ เช่น งาช้าง โลหะหล่อ ไม้ เขาสัตว์ และอาจจะมีอื่นๆอีก สมัยก่อนชายไทยนิยมทางบู๊ พระเครื่องที่เด่นทางด้านคงกระพันจะได้รับความนิยมสูง เครื่องรางรูปเสือซึ่งออกไปทางบู๊ก็ได้รับความนิยมสูงเช่นกัน มาถึงยุคปัจจุบัน ค่านิยมเปลี่ยนไป คนสนใจเรื่องปากท้องมากกว่าเรื่องบู๊ พระเหนียวได้รับความนิยมน้อยลง คนสนใจพระที่ให้โชคให้ลาภมากกว่า เรื่องนี้สังเกตได้จากโฆษณาพระเครื่อง หรือแม้แต่บทความต่างๆ มักจะพูดถึงพุทธคุณทางด้านโชคลาภและเมตตาเป็นส่วนใหญ่ เครื่องรางรูปเสือ ก็ได้รับความนิยมน้อยลงไปด้วย ดังจะเห็นได้ว่า การสร้างเครื่องรางในปัจจุบันไม่ค่อยมีใครสร้างเสือ แต่มักจะเป็นสัตว์ที่นำโชค เช่น ตัวปี่เซี๊ยะ อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของอานุภาพในด้านแคล้วคลาดคงกระพันก็ไม่ได้ลดน้อยลง เพราะการรักษาชีวิตให้รอดย่อมสำคัญกว่าความมีโชคลาภหรือเสน่ห์ คุณค่าของพระและเครื่องรางทางด้านแคล้วคลาดคงกระพันจึงไม่ได้ลดน้อยลงไปตามค่านิยมที่เปลี่ยนไป เครื่องรางรูปเสือที่ถือว่าเป็นสุดยอดแห่งเสือก็คือ เสือของหลวงพ่อปานวัด คลองด่าน เสือของท่านแกะจากเขี้ยวเสือกลวง ทั้งเต็มเขี้ยว ครึ่งเขี้ยว ปลายเขี้ยว เสือที่ถือได้ว่าเป็นอันดับรองถัดต่อจากหลวงพ่อปานก็คือเสือของหลวงพ่อนก วัดสังกะสี เสือหลวงพ่อนกแกะจากเขี้ยวเสือเช่นเดียวกันกับเสือหลวงพ่อปาน แต่มีลวดลายอักขระที่ต่างจากเขี้ยวเสือหลวงพ่อปานอย่างชัดเจน เสือหลวงพ่อนกเคยเห็นแต่แบบเต็มเขี้ยว ไม่แน่ใจว่ามีขนาดครึ่งเขี้ยวปลายเขี้ยวด้วยหรือไม่ ถัดมาเป็นเสือหลวงพ่อวงศ์ วัดปริวาส หลวงพ่อวงศ์ท่านสร้างเสือด้วยโลหะหล่อ มีกี่รุ่นคงต้องอาศัยผู้รู้มาช่วยครับ เสือในยุคปัจจุบันที่ได้รับความนิยมมากๆคงจะต้องยกให้เสือหลวงปู่ตี๋ วัดหลวงราชาวาส ของพระอาจารย์ท่านอื่นๆเดี๋ยวค่อยๆช่วยกันรวบรวมนะครับ
__________________
อยู่เหนือดวงเป็นไปได้ แต่อยู่เหนือกรรมเป็นไปไม่ได้ |
| มีสมาชิก 4 ท่าน แสดงการอนุโมทนากับข้อความที่คุณ Musketeer ได้บันทึกไว้ด้านบนนี้ | ||
|
|||
|
อ้างอิง:
|
| มีสมาชิก 3 ท่าน แสดงการอนุโมทนากับข้อความที่คุณ mrYong ได้บันทึกไว้ด้านบนนี้ | ||
|
|||
|
ขออนุญาตมาเรื่องลิงนะครับ
เครื่องรางที่สร้างขึ้นเป็นรูปลิงนั้น มักมีการสร้างขึ้นเป็นรูปของทหารเอกของพระราม นั่นคือ หนุมาน โดยเชื่อตามเรื่องราวในรามเกียรติ์ว่า มีความเก่งกล้าสามารถ โดยมีการสร้างขึ้นด้วยวัสดุหลายชนิด เช่น ไม้แกะ รากรักซ้อนแกะ งาแกะ เขี้ยวหรือเขาสัตว์ และ โลหะ หรือแม้แต่นำมาเขียนลงในผ้ายันต์ การสร้างเครื่องรางรูปหนุมานนั้น คิดว่าคงมีการสร้างขึ้นมานานมาก อาจจะมีมาตั้งแต่ในสมัยอยุธยา แต่เนื่องด้วยระยะเวลาที่ยาวนานและขาดซึ่งการจดบันทึก จึงไม่มีหลักฐานให้สืบค้นได้ เท่าที่มีอยู่และทราบถึงประวัติการสร้างซึ่งได้รับการยอมรับในความเข้มขลังว่าเป็นอันดับหนึ่ง น่าจะเป็น หนุมาน งา/ไม้แกะ หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในห้าสุดยอด เครื่องรางของเมืองไทยครับ นอกจากหนุมานของหลวงพ่อสุ่นแล้ว ก็ยังมีของสำนักอื่นอีกด้วย เช่น หนุมาน หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ซึ่งมีการสร้างขึ้นด้วยวัสดุหลายชนิด เช่น งา/ไม้/รากรักซ้อน แกะ ในลักษณะลอยองค์ เนื้อผงและเนื้อผงผสมว่านในลักษณะพิมพ์จันทร์ลอย โดยการสร้างรูปหนุมานของหลวงปู่บุญนี้ ท่านเรียกว่าลิงเลยนะครับ ทั้งนี้เพราะว่าท่านเกิดปีวอกนั่นเอง นอกจากนั้น ยังมีของสำนักหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว ซึ่งมักจะสร้างขึ้นด้วยไม้แกะ อาจจะเป็นรากรักซ้อน หรือกัลปังหา หลวงพ่อเชย หลวงพ่อปาน วัดบางกระสอบ ซึ่งมักจะสร้างขึ้นด้วย ไม้ที่เอามาจากด้ามตาลปัตร เพราะถือเคล็ดว่า ด้ามตาลปัตรผ่านการสวดมนต์ในพิธีต่างๆ มามาก ถ้าจะทิ้งไปก็เป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับของสำนักทางภาคตะวันออกนี้บางครั้งจะเรียกลิงที่สร้างนี้ว่า องคต ครับ วิชาการสร้างต่างๆ ดังกล่าวสำหรับสายหลวงพ่อดิ่ง ปัจจุบันก็ยังสืบทอดมาถึง หลวงพ่อฟู วัดบางสมัครครับ ซึ่งท่านก็มีสร้างองคตไว้ด้วย วัสดุหลาบชนิด เช่นรากรักซ้อน ไม้ขนุน แล้วก็จะมีการจุ่มนำมันเสก ซึ่งเป็นของเก่าของหลวงพ่อดิ่ง ด้วยครับ นอกจากนั้นยังมีการสร้างขึ้นด้วย เนื้อตะกั่วอีกด้วย สำหรับเอกลักษณ์สำคัญของสายนี้ คือ ทำเป็นรูปลิงจับหลักนั่งอยู่บนขนดหางของตนเองครับ นอกจากสร้างเป็นรูปพญาลิงทหารเอกจากรามเกียรติ์แล้ว ก็ยังมีการสร้างเป็นรูปลิงเฉยๆอีกด้วย ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งผู้สร้างนั้นคือ หลวงพ่ออินทร์ เทวดา อ้อลืมไปยังมีอีกหนึ่งสำนักที่มีการสร้างรูปลิงแต่ไม่แท้ เป็นลูกผสมระหว่างลิงและปลา นั่นคือ มัจฉานุ ของ หลวงปู่พรหมมา ครับผม แล้วคงจะได้นำภาพมาให้ชมกันทีหลังนะครับ ขอบคุณครับ ถ้าใครมีอะไรเพิ่มเติมก็เชิญเลยนะครับ |
| มีสมาชิก 4 ท่าน แสดงการอนุโมทนากับข้อความที่คุณ metalman ได้บันทึกไว้ด้านบนนี้ | ||
|
|||
|
ต่อด้วย วัว หรือ พระโค หรือ ควาย นะครับ
บางครั้งเรียกกันว่า วัวธนู หรือ ควายธนู หรือ พระโคศุภราช เดิมจะมีการสร้างสิ่งที่เรียกกันว่า หุ่นพยนต์ โดยอาจะสร้างขึ้นเป็นรูปคน หรือสัตว์ต่างๆขึ้น เมื่อสร้างขึ้นเป็นรูปวัว หรือควาย ก็มักจะเรียกกันว่า วัวธนูหรือควายธนู โดยจะเรียกวัว(ควาย)ธนูในกรณีที่ใช้ในการต่อสู้ คุกคาม, ป้องกัน ศัตรู ส่วนคำว่า “โคสวาลา”นั้นเป็นวัวแก้วสารพัดนึกเพื่อผลในความรุ่งเรืองลาภผล โดยแบ่งชั้นของวัว(ควาย)ธนูออกตามวัสดุที่นำมาสร้างได้สามชนิดคือ วัวไม้ไผ่ เป็นวัว(ควาย)ธนูชั้นสามสร้างแบบชั่วคราวใช้งานเร่งด่วนโดยนิยมใช้ไม้ไผ่หรือที่ขึ้นคร่อมทางมา สร้างเวลาตัดมีเคล็ดต้องกำหนดคาถาอาคมเฉพาะ การสานจะใช้ไม้ไผ่ที่ตัดได้มาจักตอกภาวนาคาถากำกับตลอดจนได้ตอกตามต้องการแล้วนำมาขัดเป็นวัว(ควาย)ไม้ไผ่ขึ้น มีการขึ้นแบบสองตอก สี่ตอก โดยต้องสานแบบไขว้หลังจะถือว่าขลัง วัว(ควาย)ธนูชนิดนี้อาจสร้างด้วยวัสดุอื่นอย่างด้ายตราสังก็มี วัวขี้ผึ้งหรือวัวผงปั้นด้วยครั่งจัดเป็นวัวชั้นสอง โดยนิยมใช้วัสดุอาถรรพ์เข้าภูตประเภท ขี้ผึ้งปิดหน้าศพ ตานกกด ตาชะมด ตาแร้ง กำลังวัวเถลิง ผมหรือเถ้ากระดูกผีที่นับว่าดุร้ายมีอาถรรพ์ ดินตามป่าช้า ดินโป่ง ขี้ครั่งพุทราทางทิศตะวันออก วัวทอง เป็นวัว(ควายธนู)ที่สร้างจากโลหะผสมประเภทสำริดจัดว่าคงทนและมีอานุภาพสูงสุด โดยผสมโลหะมวลสารอาถรรพ์ เช่น สำริดยอดเจดีย์ นพศูล เหล็กขนันผี ขวานฟ้า โลหะฟ้าผ่าฯ หลอมเป็นวัวชนหรือควาย ลงอาคม ยันต์ ตามตำราซึ่งจะเเบ่งเป็น ยันต์เปิด(กำเนิด) ยันต์ปิด(ทำลาย) ลงนะธนูกับมหาศาสตราพระเจ้า สำหรับรูปวัวทองมักนิยมให้มีลักษณะมงคลตามแบบวัวนนทิ พาหนะของพระอิศวร ซึ่งถ้าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไรให้ดูลักษณะของพระโค (วัว)ในพระราชพิธีแรกนาขวัญ จะเห็นชัดเจนที่สุดวัวชนิดนี้นอกจากทำด้วยโลหะแล้วอาจสร้างด้วยวัตถุอาถรรพ์อย่างเขาวัว(ควาย)ฟ้าผ่ามาเเกะลงอาถรรพ์ก็ได้ เพิ่มเติมสำหรับวัสดุที่ใช้ในการสร้างวัวธนู ของสำนักวัดศรีษะทองกันนะครับ ครั่งพุทรา เอากิ่งพุทราต้นตายพรายเอาเฉพาะกิ่งที่ชี้ไปทางทิศตะวันออก ( เพราะว่ามีอานุภาพมากกว่ากิ่งพุทราปกติมาก)ให้ครบ 9 กิ่ง ขี้ผึ้งปิดหน้าผีตายท้องกลม ดิน 7 ป่าช้า และดินเหนียว ขี้เถ้ากองฟอน 7 ป่าช้า เส้นผมผีตายท้องกลม และผีจมน้ำตาย ตานกกรด ตาแร้ง กำลังวัวเถลิงเผาให้ไหม้ นำมวลสารทั้งหมด มาบดผสมกับดินเหนียวแล้วปั้นเป็นรูป วัว – ควายธนู จริง-เท็จ ไม่ทราบเหมือนกันครับผม สำหรับวัวธนู ที่ขึ้นชื่อ คงต้องแถวนครปฐม เช่น หลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง หลวงพ่อพุฒ วัดกลางบางพระ หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม ซึ่งท่านเรียกว่าพระโคศุภราชครับ นอกจากนั้น ยังมีทางสายเหนือ อีกมากมายหลายสำนักครับผม เช่น ครูบาคำแสน หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน เป็นต้น ครับผม |
| มีสมาชิก 4 ท่าน แสดงการอนุโมทนากับข้อความที่คุณ metalman ได้บันทึกไว้ด้านบนนี้ | ||
|
|||
|
ต่อด้วย ตัวต่อ ครับ
ตัวต่อ ซึ่งเมื่อนำมาสร้างเป็นวัตถุมงคลแล้ว มักเรียกกันว่า ต่อเงินต่อทองนั้น เชื่อกันว่าพญาต่อเป็นสัตว์มงคลที่มีอนุภาพลี้ลับภายในตัว คนสมัยโบราณเมื่อเจอรังต่อร้าง ยังเอามาคล้องบูชาไว้ที่บ้านหรือร้านค้าเพราะเชื่อกันว่ามันต่อโชคต่อลาภ ต่อเงินต่อทอง ทำมาค้าขึ้นเรียกว่ามีแล้วไม่รู้จบ รวมไปถึงเสริมดวงชะตาราศี อีกด้วย สำหรับการสร้างรูปตัวต่อนั้น ไม่ทราบว่าเป็นตำราเก่าของหลวงพ่อน้อย หรือไม่ เพราะว่า ถ้าจำไม่ผิด หลวงพ่อพุฒ วัดกลางบางพระ ก็เคยสร้างไว้ด้วย กะลา/ไม้ แกะ ในปัจจุบันนี้ ก็มีหลวงพ่อจืด ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าตำรับในปัจจุบัน ก็ว่ากันไปครับ จริง-เท็จ ผมก็ไม่ทราบ แค่นำมาลงไว้ให้ทราบว่าเค้ามีสร้างกันด้วยนะครับ แต่ยังไงก็ไม่ทราบ ถ้าเป็นของเก่าก็โอเช แต่หลวงพ่อจืด โดยส่วนตัวขอบายครับ |
| มีสมาชิก 4 ท่าน แสดงการอนุโมทนากับข้อความที่คุณ metalman ได้บันทึกไว้ด้านบนนี้ | ||
|
|||
|
ต่อด้วย หมู ครับ
หมูที่ว่า ส่วนใหญ่เป็นหมูป่านะครับ คงจะด้วยเพราะว่ามีการนำเอาเขี้ยวหมูป่าตันมาใช้เป็นเครื่องรางกันไปแล้ว คงจะมองว่าตัวหมูป่าเอง ก็มีความน่าเกรงขามอยู่ในที เมื่อถึงปีกุน หรือว่า พระเถราจารย์ที่เกิดในปีนักษัตรนี้ จึงได้มีการสร้างเครื่องรางเป็นรูปหมูป่าขึ้น หรือบางครั้งก็ใช้รูปหมูป่ามาอยู่ร่วมในพระพิมพ์ เช่น หลวงพ่อมี ก็เคยมีการสร้างพระพิมพ์ประทับหมูขึ้น รวมทั้งในพระสิงห์ป้อนเหยื่อก้มีรูปหมูอยู่ด้วยเช่นกัน หลวงพ่อเปิ่น เองก็เคยมีพระผงประทับหมูป่า ด้วย ในส่วนของเครื่องรางรูปเป็นตัวหมูเลยนั้น เคยเห็น ชุดที่คุณสุธันย์ สุนทรเสวีย์สร้าง แล้วก็มีของวัดบึงตาต้า ที่จังหวัดระยอง สร้างขึ้นมาเค้าเรียกว่า หมูทองแดง นิมนต์หลวงปู่เจือ ไปร่วมพิธีเสกด้วยครับผม |
| มีสมาชิก 3 ท่าน แสดงการอนุโมทนากับข้อความที่คุณ metalman ได้บันทึกไว้ด้านบนนี้ | ||
|
||||
|
โคศุภราชของหลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม ลูกศิษย์ของท่านบอกว่าไม่ใช่วัวธนู แต่เป็นโคที่บันดาลความอุดมสมบูรณ์
ควายธนูของพระเกจิในยุคปัจจุบันที่ "อาจจะ" ยังพอหาได้ก็น่าจะเป็นของหลวงปู่จันทร์ วัดทุ่งเฟื้อ เพื่อนผมเล่าว่า เลี้ยงไปเลี้ยงมา ควายมันถ่ายได้ ผมถามว่าขี้จิ้งจกหรือขี้แมลงสาบหรือเปล่า เจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีจิ้งจกหรือแมลงสาบเข้าไปในนั้นได้ อันนี้ก็แล้วแต่ดุลย์พินิจละครับ ข้อมูลอาจารย์ก้องแน่นจริงๆ นับถือ นับถือ
__________________
อยู่เหนือดวงเป็นไปได้ แต่อยู่เหนือกรรมเป็นไปไม่ได้ |
| มีสมาชิก 5 ท่าน แสดงการอนุโมทนากับข้อความที่คุณ Musketeer ได้บันทึกไว้ด้านบนนี้ | ||
chaiyanong (23-11-09), coolsunny (10-07-10), koongKTM (10-07-10), ต้อง_หมอยา (11-07-10), ร่มหลวง (10-09-08) | ||